ดูบอล/ข่าวอัพเดท

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลเกมส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลเกมส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นานี่ซัดชัย!ผีเฉือนบูร์ซาสปอร์หืด1-0

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หืดขึ้นคอก่อนเฉือนเอาชนะ บูร์ซาสปอร์ หวุดหวิด 1-0 นานี่ รับบทฮีโร่ ซัดประตูชัย ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนที่ผ่านมา

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี
วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2553
แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1 - 0 บูร์ซาสปอร์ (ตุรกี)

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ดปรับทัพหลายตำแหน่งอีกนัดโดยไม่มีเวย์น รูนีย์ที่บาดเจ็บ และพักผู้เล่นตัวสำคัญไปหลายราย ขณะที่เนมานย่า วิดิชได้รับบทกัปตัน

ด้านบูร์ซ่าสปอร์ที่แพ้รวดมาทั้งสองนัดยังคงใช้งานผู้เล่นชุดเดิมๆแต่มีโวลคาน เซ็นปีกตัวเก่งที่ได้พักในลีกนัดล่าสุดลงบู๊เป็นตัวจริง

ปีศาจแดงเป็นฝ่ายได้เริ่มเขี่ยบอล และเพียงนาทีที่ 3 ก็มีเสียวเมื่ออันแดร์สันทิ่มบอลเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้เฟเดริโก้ มาเคด้าหาจังหวะกระทุ้งยัดใส่เสาแรก แต่ถูกนายทวารดิมิทาร์ อิวานคอฟทิ้งตัวใช้ขาสกัดได้

อย่างไรก็ดี นาทีที่ 7 เจ้าบ้านก็ได้เริงร่าเมื่อดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ไหลบอลให้นานี่ลากจากกราบขวาตัดเข้ากลางแล้วดาวเตะโปรตุกีสง้างด้วยซ้ายจาก 25 หลาปั่นบอลเข้าตุงตาข่ายที่เสาไกลงดงามสุดที่อิวานคอฟจะพุ่งปัดถึง จึงเป็นอันว่าแมนฯ ยูไนเต็ดนำหน้า 1-0

ถัดจากนั้น เกมก็เนือยลงไป โดยเฉพาะเร้ด เดวิลส์ไม่ได้กดดันบูร์ซ่าสปอร์มากเหมือนช่วงต้น ปล่อยให้ทีมเยือนได้เดินหน้ามากขึ้น

กระทั่งนาทีที่ 27 นานี่ก็มีเลือดกำเดาไหลหลังถูกเฟเดริโก อินซัวสะบัดแขนไปกระทบดั้งจมูก จึงต้องออกไปซับเลือดก่อนจะกลับมาเล่นต่อ

จากนั้นอีกสองนาที ผีแดงก็ได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย แต่วิดิชโดดโขกหลุดเสาไกลออกไป

ให้หลังอีกพริบตาเดียว เจ้าบ้านก็เกือบเสียท่าเมื่อวิดิชดักบอลพลาดโดนโอซาน อีเป็กแย่งบอลลากเข้าเขตโทษได้ แต่ก่อนจะสับไกก็ถูกราฟาเอล ดา ซิลวาสปีดตามมาสไลด์ได้ทัน

ท้ายครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาเน้นเกมรุกอีกระลอก แต่นาทีที่ 39 นานี่กับอีเป็กรับใบเหลืองทั้งคู่หลังมีปัญหากระทบกระทั่งกัน

ช่วงที่เหลือ ผีแดงไม่อาจหาทางสอยตาข่ายเพิ่มได้ จบครึ่งแรกจึงนำผู้มาเยือนแค่ 1-0

ครึ่งหลัง ทีมจากตุรกีเปลี่ยนมิลาน สเตปานอฟกับเซอร์คาน ยิลดิริมออกโดยส่งตูร์กาย บาฮาดีร์กับอิบราฮิม ออซเติร์กลงไปแทน

ผ่านมาถึงนาทีที่ 62 ปาทริซ เอวร่าควบบอลบุกขึ้นไปแล้วโดนอาลี ทานโดกันเข้าปะทะจนเจ็บไปด้วยกันทั้งคู่ แต่สุดท้ายต่างก็ลุกขึ้นมาได้โดยกองหลังบูร์ซ่าสปอร์ได้ใบเหลือง

อย่างไรก็ดี อีกพักเดียวทานโดกันก็ไม่อาจเล่นต่อไหวต้องหามลงเปลออกไปให้มุสตาฟา เคเซลี่ลงมาแทน ขณะที่ผีแดงส่งกาเบรียล โอแบร์กต็องลงบู๊แทนพาร์ค ชี ซองในนาทีที่ 71

ขยับมาอีกครู่เดียว นานี่มีโอกาสสับไกจากหน้าเขตโทษ แต่บอลพุ่งเข้าซองอิวานคอฟพอดี

นาทีที่ 78 เจ้าบ้านปล่อยฮาเวียร์ เอร์นานเดซลงไปแทนอันแดร์สัน แต่ ต่างก็ยังเล่นกันไม่ลงล็อคจึงหาจังหวะทำเสียวไม่ได้ จบเกมปีศาจแดงจึงชนะไปแบบจุ๋มจิ๋ม 1-0 เก็บไปอีกสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อและยัดเยียดให้ทีมเยือนแพ้สามนัดรวด

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด : โทมัส คุซแซ็ค , ราฟาเอล ดา ซิลวา , คริส สมอลลิ่ง , เนมานย่า วิดิช ,ปาทริซ เอวร่า , ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ , ไมเคิ่ล คาร์ริค , อันแดร์สัน , นานี่ , เฟเดริโก้ มาเคด้า , พาร์ค ชี ซอง

สำรอง : เบน อามอส ,จอห์น โอเช , แกรี่ เนวิลล์ , กาเบรียล โอแบร์กต็อง , ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ , ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ,เบเบ้

บูร์ซ่าสปอร์ : ดิมิทาร์ อิวานคอฟ , อาลี ทานโดกัน , โอเมอร์ เออร์โดกัน , มิลาน สเตปานอฟ , ก็อคเซ็ค เวเดอร์สัน , โวลคาน เซ็น, กุสตาฟ สเวนส์สัน , อีวาน เออร์กิช , โอซาน อีเป็ค , เฟเดริโก้ อินซัว , เซอร์คาน ยิลดิริม

สำรอง : ยาวุซ ออซคาน , ฮูเซยิน ซิมซีร์ , บาตัลล่า , ตูร์กาย มาฮาดีร์ ม มุสตาฟา เคเซลี่ , นูนเยซ , อิบราฮิม ออซเติร์ก

ผู้ตัดสิน : จานลูก้า ร็อคคี่ (อิตาลี)

สรุปผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสอง
กลุ่มเอ
- อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) ชนะ สเปอร์ส (อังกฤษ) 4-6
- ทเวนเต้ (ฮอลแลนด์) เสมอ แวร์เดอร์ เบรเมน (เยอรมัน) 0-0

กลุ่มบี
- ชาลเก้ 04 (เยอรมัน) ชนะ ฮาโปเอล เทลอาวีฟ (อิสราเอล) 3-0
- ลียง (ฝรั่งเศส) ชนะ เบนฟิก้า (โปรตุเกส) 2-0

กลุ่มซี
- แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) ชนะ บูร์ซาสปอร์ (ตุรกี) 1-0
- กลาสโกว์ เรนเจอร์ส (สกอตแลนด์) เสมอ บาเลนเซีย (สเปน) 1-1

กลุ่มดี
- พานาธิไนกอส (กรีซ) เสมอ รูบิน คาซาน (รัสเซีย) 0-0
- บาร์เซโลน่า (สเปน) ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก) 2-0

www.siamsport.com

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข่าวแมนยู ป๋ารับไม่รู้จะพูดยังไงกับผลเสมอ


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันบรมกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยอมรับว่าผลเสมอของทีมเขากับทางเวสต์บรอม 2-2 นั่นเป็นเกมที่ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเลยทีเดียว

หลังจากทำให้หลายฝ่ายแปลกใจด้วยการดร็อปเวย์น รูนี่ย์ไว้ที่ท้านั่งสำรอง แล้วส่งฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซลงเล่นเคียงข้างดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ซึ่งแข้งเม็กซิกันก็เบิกร่องประตูแรกให้แก่ทีมได้

ก่อนที่นานี่จะมาทำประตูนำห่างให้กับทางเจ้าบ้าน ก่อนที่จะจบครึ่งแรกทำให้ได้เปรียบสุดๆ

แต่หลังจากต้องเสียไรอัน กิ๊กส์ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นไม่น้อยจากปัญหาที่เอ็นร้อยหวาย ฟอร์มของแมนฯยูไนเต็ดก็ชะงักงัน ตามมาด้วยประตูตีไข่แตกที่ปาทริซ เอฟร่าทำเข้าประตูตัวเอง และความผิดพลาดของเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ที่แจกส้มติดฉลากทองให้กับทีมเยือนตีเสมอได้ในที่สุด

“มันไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆกับผลการแข่ง และแน่นอนว่ามันน่าผิดหวังสุดๆ” เฟอร์กี้กล่าว

“ผมคิดเอาไว้ว่ามันมีสองทางให้มองไป ถ้าเราอยู่ในช่วงกลางของฤดูกาลแล้วเราก็คงจะกล้าพูดได้เต็มปากว่าเรายังไม่แพ้เลยนะ”

“แต่สำหรับตอนนี้ เรายังทำได้ไม่ดีพอ”

“ปีศาจแดง” ฟอร์มแกว่งอย่างแรง เสมอกระจุยกระจายไปถึง 5 เกมทั้งที่เพิ่งจะแข่งไป 8 นัดเท่านั้น
สนับสนุนข่าวโดย www.sport4x.me 

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คลิปวีดีโอ SUNDERLAND 0-0 MAN UTD

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

อ่อนๆ เจ้าถั่วซูเปอร์ซับ! ผีบุกฝังค้าคาว1:0แก้เขิน

<><><> <><><> <><><> <><><> <><><> <><><> <><><>

  ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก วันพุธที่ 29 กันยายน 2553 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ บาเลนเซีย 1:0 ได้ประตูจาก ชิชาริโต้ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม 









รอบแบ่งกลุ่ม นัดสอง









สนาม : เมสตาย่า สเตเดี้ยม, สเปน 
ผู้ตัดสิน : วิคเตอร์ คาสไซ (ฮังการี) 
เวลาเตะ : 01:45 น. 
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 
ผู้ทำประตู: ชิชาริโต้ น.85 


      ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก วันพุธที่ 29 กันยายน 2553 บาเลนเซีย เปิดรังเมสตาย่า สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด! เจ้าถิ่น ได้รับข่าวดี ฆวน มานูเอล มาต้า กองกลางตัวเก่งผ่านความฟิตกลับมาลงสนาม โรเบร์โต้ โซลดาโด้ ยืนเป็นหน้าเป้า ขณะที่ทีมเยือน แมนยู จะไม่มี เวย์น รูนีย์ ดาวยิงคนสำคัญ รวมทั้ง ไรอัน กิ๊กส์ ปีกจอมเก่า ที่มีอากการบาดเจ็บรบกวน

      ครึ่งแรก 
      บาเลนเซีย เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากซ้ายไปขวา เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ลุ้นในนาทีที่ 4 จากจังหวะลองสับไกของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ บอลหลุดกรอบออกหลัง

     บาเลนเซีย ได้ลุ้น! ในนาทีที่ 16 ไมเคิ่ล คาร์ริค เล่นพลาดจิ้มบอลไปเข้าทาง ปาโบล เฮอร์นานเดซ ยิงไกลจากนอกกรอบ บอลโด่งข้ามคาน

      นาทีที่ 33 แมนยู ได้ลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้าย จากจังหวะที่ คาร์ริค โดนเหนี่ยวล้มลง นานี่ เปิดเข้ามาในเขตโทษจะให้เพื่อนร่วมทีมแนวรับบาเลนเซีย โขกสกัดออกมาได้

     เกมยังขาดๆ เกินๆ แมนยู มีจังหวะบุกแต่ยังจบไม่ได้ ขณะที่เจ้าถิ่น บาเลนเซีย เปอร์เซ็นต์ครองบอลนั้นต้องบอกว่ามากกว่า แต่ยังพลาดในจังหวะสุดท้าย ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ที่ 0:0

      ครึ่งหลัง 
      เขี่ยลูกเริ่มเกมในครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น บาเลนเซีย ได้ลุ้นในนาทีที่ 49 ปาโบล เฮอร์นานเดซ ลากตัดจากขวาเข้าเขตโทษ ก่อนจะบอลหลุดเสาไกล ออกหลัง ฟาน เดอร์ ซาร์ ถึงกับต้องออกมาโวยเพื่อน!!

      แมนยู ได้ลุ้น! ในนาทีที่ 56 เฟล็ทเชอร์ วางบอลยาวถ่างออกซ้าย เบอร์บาตอฟ ทำสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง! สปีดพาบอลหนีตัวประกบเข้าไปในเขตโทษดีดด้วยซ้ายติด เซซาร์ ซานเชซ ออกหลัง

      นาทีที่ 69 บาเลนเซีย ขึ้นเกมมาทางซ้าย! เฌเรมี่ มาติเยอ เติมเกมขึ้นมาเปิดผ่านเข้ากลางจะให้ โรเบร์โต้ โซลดาโด้, เฟอร์ดินานด์ อ่านขาดชิงสกัดออกไปได้ก่อน

      บาเลนเซีย ทำเกมได้เหนือกว่าแมนยู! นาทีที่ 74 บอลจากริมเส้นฝั่งขวาเปิดเข้ามาในเขตโทษ โซลดาโ้ด้ เทคตัวสะบัดโขกบอลหลุดออกหลังอย่างได้ลุ้น!

      แมนยู เกือบได้ประตูขึ้นนำ! นาทีที่ 80 เฟล็ทเชอร์ ถ่างบอลออกขวา นานี่ แตะหาจังหวะเปิดข้ามมาที่เสาไกล ชิชาริโต้ ตัวสำรองที่เพิ่งเปลี่ยนลงเข้าชาร์จชนเสา

     กลายเป็นแมนยู ที่บุกน้อยกว่าได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 85 นานี่ จ่ายจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ามาใน กิโก้ มาเชด้า ได้บอลตรงบริเวณมุมเขตโทษ ผ่านต่อเข้ากลาง ชิชาริโต้ เกี่ยวเข้าซ้ายยิงเร็วส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายอย่างสวยงาม! แมนยู ขึ้นนำ 1:0 

      ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีการทำประตูเพิ่ม! แมนยู บุกมาเอาชนะ บาเลนเซีย ไปได้ด้วยสกอร์ 3:1 คว้า 3 คะแนนสำคัญขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม 


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม 
บาเลนเซีย: ระบบ 4-4-2 
ผู้รักษาประตู : เซซาร์ ซานเชซ 
กองหลัง : ดาบิด นาบาร์โร่, หลุยส์ มิเกล, เฌเรมี่ มาติเยอ, เฮ้ดวิกส์ มาดูโร่ 
กองกลาง : อัลเมด้า (เมเหม็ด โทปาล น.88), ปาโบล เฮอร์นานเดซ, ติโน่ คอสต้า (มานูเอล เฟอร์นานเดส น.73), ฆวน มาต้า
กองหน้า : โรเบร์โต้ โซลดาโด้, อเลยานโดร โดมิงเกซ (อาริทซ์ อาดูริซ น.59)
สำรอง : มานูเอล เฟอร์นานเดส, บรูโน่ ซัลตอร์, มิเกล อังเคล โมย่า, ริคาร์โด้ คอสต้า, โซฟิยาน เฟกูลี่, อาริทซ์ อาดูริซ, เมเหม็ด โทปาล 


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ระบบ 4-3-3 
ผู้รักษาประตู : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 
กองหลัง : ราฟาเอล ดา ซิลวา (จอห์น โอเชีย น.90), เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า 
กองกลาง : ไมเคิ่ล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, แอนเดอร์สัน (ชิชาริโต้ น.77) 
กองหน้า : ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ( เฟเดอริโก้ มาเชด้า น.85), หลุยส์ นานี่, ปาร์ค จี ซอง
สำรอง : ดาร์รอน กิ๊บสัน, ชิชาริโต้, โทมัส คูสซ์แซ็ค, เฟเดอริโก้ มาเชด้า, จอห์น โอเชีย, ไมเคิ่ล โอเว่น, คริส สมอลลิ่ง 


ผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสอง 
สเปอร์ส (อังกฤษ) 4:1 ทเวนเต้ (ฮอลแลนด์) 
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) 4:0 แวร์เดอร์ เบรเมน (เยอรมัน) 
ฮาโปเอล เทลอาวีฟ (อิสราเอล) 1:3 ลียง (ฝรั่งเศส) 
ชาลเก้ (เยอรมัน) 2:0 เบนฟิก้า (โปรตุเกส) 
บาเลนเซีย (สเปน) 0:1 แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 
กลาสโกว์ เรนเจอร์ส (สกอตแลนด์) 1:0 บูร์ซาสปอร์ (ตุรกี) 
รูบิน คาซาน (รัสเซีย) 1:1 บาร์เซโลน่า (สเปน) 
พานาธิไนกอส (กรีซ) 0:2 เอฟซี โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก)




        
                                 
บาเลนเซีย 0:1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันพุธที่ 29 กันยายน 2553

ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก 2010/2011

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

CLIP Highlightชัดๆ โบลตัน 2 - 2 แมนยู พร้อมภาพสวยๆ



1 - 0



1 - 1



2 - 1



2 - 2




ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2010-2011




วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553







สนาม : รีบ็อค สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์
เวลาเตะ : 18:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1 (101)
ผู้ทำประตู: แซต ไนท์ น.6, นานี่ น.23, มาร์ติน เปตรอฟ น.67, ไมเคิ่ล โอเว่น น.74

      ครึ่งแรก
      โบลตัน เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากซ้ายไปขวา นาทีที่ 3 แมนยู ได้ลุ้นจังหวะแรก รูนี่ย์ ครองบอลทางซ้ายของสนาม แทงทะลุแผงหลัง โบลตัน ออกขวาสุด เบอร์บาตอฟ ใจร้าน! วิ่งเข้ามาซัดบอลหลุดออกหลัง!!

      ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 5 และก็เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้เฮกันก่อน!! ลูกเตะมุมทางซ้ายเปิดเข้ามากลางประตู จอห์นนี่ อีแวนส์ ยืนประกบห่างปล่อยให้ แซต ไนท์ ลอยตัวดีดด้วยข้างเท้าด้านนอกผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไป โบลตัน ขึ้นนำ 1:0

      แมนยู เร่งเกมบุกมากขึ้นหวังทวงประตูคืน!! นาทีที่ 13 ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ติดเครื่องลากพาบอลจี้เข้าเขตโทษ ได้โอกาสกดด้วยขวา ยุสซี่ ยัสเคลไลเน่น รับกระเฉาะ ไรอัน กิ๊กส์ จะเข้ามาซ้ำบอลโดนเคลียร์ออกมาก่อน

      โบลตัน ขึ้นเกมมาอีกครั้ง! บอลตัดโด่งมาหน้าเขตโทษ เควิน เดวี่ส์ โหม่งชงหนึ่งจังหวะ โยฮัน เอลมานเดอร์ เตะไม่โดน! เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะตามคว้าบอลไว้ได้

      นาทีที่ 23 แมนยู ได้ประตูตีเสมอ 1:1 นานี่ ได้บอลตรงกลางสนาม เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ติดเครื่องลากพาหนีแนวรับ โบลตัน ตัดเข้าเขตโทษกดหักข้อด้วยขวา ยุสซี่ ยัสเคลไลเน่น พยายามพุ่งแต่ไม่ทัน สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง!

      แมนยู บุกมากขึ้นเรื่อยๆ นาทีที่ 40 รุนี่ย์ ได้บอลแถวๆ หน้าเขตโทษ มองเห็นช่องตัดสินใจกดด้วยขวา วิถีบอลพุ่งได้ลุ้น แต่เหินข้ามคาน!!

     ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาทีไม่มีการทำประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก โบลตัน เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1:1

      ครึ่งหลัง
      เขี่ยเริ่มเล่นครึ่งหลัง! นาทีที่ 50 โบลตัน ได้ลุ้นจากจังหวะสับไกของ มาร์ติน เปตรอฟ แต่กดไม่ลงบอลโด่งข้ามคาน

      นาทีที่ 61 แมนยู ทำได้สวยมีลุ้นเกือบได้ประตูขึ้นนำ! "กิโก้" เฟเดอริโก้ มาเชด้า ที่ลงมาแทน เวย์น รูนี่ย์ ตอกส้นให้ เบอร์บาตอฟ กดเน้นๆ ในเขตโทษ ยัสเคลไลเน่น เซฟบอลออกหลัง

      แมนยู ได้ลูกเตะมุมกดดันช่วง นาทีที่ 67 จอห์น โอเชีย ซึ่งเติมเกมขึ้นไปเล่นในจังหวะดังกล่าว ลงมาไม่ทัน โบลตัน ได้สวนกลับ เปตรอฟ วางบอลถ่างออกขวา ลี ชุน ยอง เกี่ยวลงก่อนจะเปิดเข้ามากลาง เอลมานเดอร์ อาศัยความใหญ่พักอกก่อนจะแทงออกซ้ายสุด เปตรอฟ วิ่งเติมขึ้นมาแตะเข้าขวายิงแฉลบ เฟล็ทเชอร์ เข้าไป โบลตัน ขึ้นนำอีกครั้ง 2:1

      แมนยู ไม่ยอมง่ายๆ ไล่ตีเสมอเป็น 2:2 ในนาทีที่ 74 จากจังหวะลูกฟรีคิกทางขวา นานี่ เปิดโค้งมาในเขตโทษ ไมเคิ่ล โอว่น โฉบเข้ามาโขกสัมผัสแรก (ฟุ๊บบ!!) ส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่าย เป็นประตูแรกของตัวเองในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้

      นาทีที่ 81 แมนยู บุกขึ้นมาบอลตรงกลางถ่างออกขวาถึง นานี่ ตบเข้าในอีกครั้ง พอล สโคลส์ แตะหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวา บอลเหินข้ามคาน ถัดมา 4 นาทีกองเชียร์แมนยู เสียววาบ! โยฮัน เอลมานเดอร์ ได้บอลทางซ้ายของเขตโทษ ยิงหักไปที่เสาไกล บอลหลุดกรอบออกหลัง

     ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ช่วงท้ายแมนยู ได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกทางซ้าย นานี่ โยนเข้ามาโดนโขกสกัด ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา แมนยู เก็บได้เพียง 1 แต้มแข่ง 6 นัดชนะ 3 เสมอ 3




รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
โบลตัน วันเดอร์เรอร์: ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : ยุสซี่ ยัสเคลไลเน่น
กองหลัง : เกร์ต้า สไตน์สัน, แซต ไนท์, แซม ริคเก็ตต์ส, พอล โรบินสัน
กองกลาง : ลี ซุง ยอง ( ร็อบบี้ เบล็ค น.90+), ฟาบริซ มูอัมบา ( มาร์ค เดวิส น.63), สจ๊วต โฮลเด้น, มาร์ติน เปตรอฟ (แม็ตต์ เทย์เลอร์ น.90+)
กองหน้า : โยฮัน เอลมานเดอร์, เควิน เดวี่ส์
สำรอง : อดัม บ็อกดาน, แม็ตต์ เทย์เลอร์, มาร์ค เดวิส, อีวาน คลาสนิช, โมเรโน่ มาชาโด้ โรดริโก้, ร็อบบี้ เบล็ค, มาร์กอส อลอนโซ่,


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
กองหลัง : จอห์น โอเชีย, เนมานย่า วิดิช, จอห์นนี่ อีแวนส์, ปาทริค เอวร่า
กองกลาง : หลุยส์ นานี่, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ (ไมเคิ่ล โอเว่น น.71), พอล สโคลส์, ไรอัน กิ๊กส์ (ปาร์ค จี ซอง น.54)
กองหน้า : ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, เวย์น รูนี่ย์ (เฟเดอริโก มาเชด้า น.61)
สำรอง : ไมเคิ่ล โอเว่น, แอนเดอร์สัน, คริส สมอลลิ่ง, ปาร์ค จี ซอง, ราฟาเอล ดา ซิลวา, เฟเดอริโก มาเชด้า, โทมัส คูสซ์แซ็ค



โบลตัน วันเดอร์เรอร์ 2:2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด








วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

โอเว่นเบิ้ล!ผีโดนก่อนรัวสคันธอร์ปไส้แตก 5-2 +คลิป Highlights

โอเว่นเบิ้ล! ผีดุยิงแซงสคันธอร์ป 5:2


 
ศึกฟุตบอลคาร์ลิ่ง คัพ รอบสาม


วัน พุธ ที่ 22 กันยายน 2553



สคันธอร์ป 2:5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


สนาม : แกลนฟอร์ด ปาร์ค
ความจุ : 9,183 ที่นั่ง
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
เวลาเตะ : 01.45 น.
ถ่ายทอดสด : ดาวเทียม
ผู้ทำประตู : ไรท์ น.19, ดาร์รอน กิ๊บสัน น.23, คริส สมอลลิ่ง น.36, ไมเคิ่ล โอเว่น น.49, ปาร์ค จี ซอง น.54

     ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 19 และก็เป็นเจ้าถิ่นที่ได้เฮ! จากฝีเท้าของ ไรท์ แข้งตัวเก่งของทีม สคันธอร์ป ออกนำ 1:0

     ถัดมาไม่กี่อึดใจ! ดาร์รอน กิ๊บสัน ก็มาพังประตูช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ ตีเสมอเป็น 1:1

     แมนยู ทำเกมบุกกดดันเจ้าถิ่นมากขึ้นหลังได้ประตูตีเสมอ และก็มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2:1 ในนาทีที่ 36 จาก คริส สมอลลิ่ง กองหลังตัวใหม่นับเป็นประตูแรกของเจ้าตัวกับทีม

      ครึ่งหลัง นาทีที่ 49 แมนยู หนีไปเป็น 3:1 จากประตูของ ไมเคิ่ล โอเว่น 5 นาทีต่อมา ปาร์ค จี ซอง บวกเพิ่มอีกประตู แมนยู นำห่าง 4:1

     เกมต่างกันชัดเจน! นาทีที่ 71 แมนยู ได้ประตู ทิ้งออกไปไกลเป็น 5:1 จาก ไมเคิ่ล โอเว่น ซึ่งเป็นประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมนี้ด้วย

      สคันธอร์ป มาได้ประตูเพิ่มไล่มาเป็น 2:5 ช่วงท้ายจาก วูลฟอร์ด แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น แมนยู คว้าชัยชนะผ่านเข้ารอบต่อไปสำเร็จ


รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

สคันธอร์ป ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : เมอร์ฟี่ย์
กองหลัง : ไบร์น, มิร์ฟิน, โนแลน, คานาวาน
กองกลาง : ท็อกเวลล์, โอคอนนอร์, ไรท์, คอลลินส์
กองหน้า : ดั๊กนาลล์, ฟอร์เต้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบบ 4-3-3
ผู้รักษาประตู : โทมัส คุซแซ็ค
กองหลัง : ริโอ เฟอร์ดินานด์, คริส สมอล์ลิ่ง, เวส บราวน์, ราฟาเอล ดา ซิลวา
กองกลาง : อันแดร์สัน, ดารอน กิ๊บสัน, ปาร์ค จี ซอง
กองหน้า : ไมเคิ่ล โอเว่น, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดส ชิชาริโต้, เฟเดริโก้ มาเคด้า






























จบครึ่งแรก สคันธอร์ป 1:2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



 
ศึกฟุตบอลคาร์ลิ่ง คัพ รอบสาม







สนาม : แกลนฟอร์ด ปาร์ค
ความจุ : 9,183 ที่นั่ง
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
เวลาเตะ : 01.45 น.
ถ่ายทอดสด : ดาวเทียม
ผู้ทำประตู : ไรท์ น.19, ดาร์รอน กิ๊บสัน น.23, คริส สมอลลิ่ง น.36

     ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 19 และก็เป็นเจ้าถิ่นที่ได้เฮ! จากฝีเท้าของ ไรท์ แข้งตัวเก่งของทีม สคันธอร์ป ออกนำ 1:0

     ถัดมาไม่กี่อึดใจ! ดาร์รอน กิ๊บสัน ก็มาพังประตูช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ ตีเสมอเป็น 1:1

     แมนยู ทำเกมบุกกดดันเจ้าถิ่นมากขึ้นหลังได้ประตูตีเสมอ และก็มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2:1 ในนาทีที่ 36 จาก คริส สมอลลิ่ง กองหลังตัวใหม่นับเป็นประตูแรกของเจ้าตัวกับทีม


รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

สคันธอร์ป ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู : เมอร์ฟี่ย์
กองหลัง : ไบร์น, มิร์ฟิน, โนแลน, คานาวาน
กองกลาง : ท็อกเวลล์, โอคอนนอร์, ไรท์, คอลลินส์
กองหน้า : ดั๊กนาลล์, ฟอร์เต้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบบ 4-3-3
ผู้รักษาประตู : โทมัส คุซแซ็ค
กองหลัง : ริโอ เฟอร์ดินานด์, คริส สมอล์ลิ่ง, เวส บราวน์, ฟาบิโอ
กองกลาง : อันแดร์สัน, ดารอน กิ๊บสัน, ปาร์ค จี ซอง
กองหน้า : ไมเคิ่ล โอเว่น, ชิชาริโต้,เฟเดริโก้ มาเคด้า

วัน พุธ ที่ 22 กันยายน 2553

สคันธอร์ป 1:2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด